
เคเบิ้ลแกลน Stainless PG7
PG7 Cable Gland Stainless 304 เป็นอุปกรณ์รัดสายไฟแบบสแตนเลสที่ใช้เกลียว PG7 ซึ่งเป็นมาตรฐานเยอรมันสำหรับงานไฟฟ้า โดย PG7 มีเส้นผ่านศูนย์กลางของสายที่รองรับประมาณ 3–6.5 มม. และต้องใช้รูเจาะขนาด Ø 12.5 มม. มาตรฐานกันน้ำ–ฝุ่น IP68
หมวดหมู่สินค้า
การใช้งานเคเบิ้ลแกลน Stainless
เคเบิ้ลแกลนสแตนเลส อุปกรณ์รัดสายไฟขนาดเล็กที่ใช้เกลียวมาตรฐานเยอรมัน (PG) เหมาะกับสายไฟและสายสัญญาณเส้นเล็กประมาณ 3–6.5 มม. ตัวเรือนและน็อตล็อกทำจากสแตนเลส 304 ทนสนิมและการกัดกร่อน โอริงและซีลยางช่วยรัดสายแน่นโดยไม่ทำให้สายเสียหาย ทำให้ได้มาตรฐานกันน้ำ–ฝุ่น IP68 ขึ้นกับรุ่น การติดตั้งง่ายด้วยรูเจาะ 12.5 มม. เหมาะกับตู้คอนโทรล กล่องสื่อสาร และเครื่องจักรอุตสาหกรรมเบา การเลือกใช้งานควรตรวจสอบขนาดสายและสภาพแวดล้อมเพื่อความปลอดภัยและอายุการใช้งานยาวนาน
เคเบิ้ลแกลนสแตนเลสสายประเภทใดเหมาะที่สุด?
เคเบิ้ลแกลน Stainless 304 เป็นอุปกรณ์รัดสายไฟขนาดเล็ก เหมาะกับสายไฟและสายสัญญาณที่มีเส้นผ่านศูนย์กลางประมาณ 3–6.5 มม. เนื่องจากตัวแกลนมีรูเจาะเล็ก (12.5 มม.) การเลือกสายไฟให้ตรงกับขนาดรัดจึงสำคัญต่อความปลอดภัยและการซีล สายไฟประเภทที่เหมาะสม ได้แก่ สายควบคุม (Control Cable), สายสัญญาณ (Signal Cable), สายสื่อสาร (Communication Cable) และ สายไฟอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ขนาดเล็ก เพราะเส้นผ่านศูนย์กลางเล็ก สามารถรัดด้วย PG7 ได้แน่นโดยไม่ทำลายฉนวนสาย
การใช้งาน PG7 Stainless 304 เหมาะกับ ตู้คอนโทรล, กล่องสื่อสาร, ระบบอัตโนมัติ และเครื่องจักรอุตสาหกรรมเบา ซึ่งต้องการความปลอดภัยจากฝุ่นและน้ำ แกลนช่วยให้สายไฟไม่หลุดหรือเสียหายจากแรงดึงและแรงสั่นสะเทือน
ข้อดีของการใช้ PG7 กับสายเล็กคือ ติดตั้งง่าย, ซีลแน่น, ป้องกันการรั่วซึม, ทนสนิมและการกัดกร่อน เพราะวัสดุสแตนเลส 304 แข็งแรงและทนสภาพแวดล้อมปานกลาง สำหรับงานที่ต้องการมาตรฐาน IP68 การเลือกสายไฟขนาดเหมาะสมกับ PG7 จะช่วยให้ระบบไฟฟ้าและอุปกรณ์ภายในตู้คงความปลอดภัยสูงสุด
วัสดุและโครงสร้างเคเบิ้ลแกลน Stainless (304)
Cable gland สำหรับสายไฟเส้นเล็กประมาณ 3–6.5 มม. ใช้รูเจาะ 12.5 มม. ตัวเรือนและน็อตล็อกทำจากสแตนเลส 304 ทนสนิมและการกัดกร่อน โอริงและซีลยางช่วยรัดสายแน่นโดยไม่ทำลายฉนวน ป้องกันฝุ่นและน้ำตามมาตรฐาน IP54–IP68 เหมาะกับงานตู้คอนโทรล กล่องสื่อสาร และระบบอัตโนมัติ ข้อดีคือ ติดตั้งง่าย, ซีลแน่น, แข็งแรง และอายุการใช้งานยาวนาน การเลือกใช้ PG7 ให้ตรงกับขนาดสายไฟและสภาพแวดล้อมช่วยให้ระบบไฟฟ้ามีความปลอดภัยสูงสุด
1. ตัวเรือน (Body)
- ทำจาก สแตนเลสเกรด 304 แข็งแรง ทนต่อสนิมและการกัดกร่อน เหมาะกับงานอุตสาหกรรมเบาและงานทั่วไปในอาคาร
- ตัวเรือนเป็นส่วนหลักที่รองรับแรงดึงของสายไฟ และยึดติดกับตู้หรือกล่องอุปกรณ์
2. น็อตล็อก (Lock Nut)
- ผลิตจากสแตนเลส 304 เช่นเดียวกับตัวเรือน
- ใช้ยึดแกลนกับแผงหรือรูเจาะให้แน่นหนา ไม่คลายง่าย ทนต่อแรงสั่นสะเทือน
3. โอริง (O-Ring) และแหวนซีล (Seal)
- ทำจากยางเกรดอุตสาหกรรม เช่น NBR หรือ EPDM
- มีความยืดหยุ่นสูง ช่วยซีลรอบสายไฟ ป้องกันฝุ่น น้ำ และความชื้น
- ช่วยให้แกลนได้มาตรฐาน IP54–IP68 ขึ้นกับรุ่น
4. ฟันรัดสาย / คลอว์ (Claw)
- ลักษณะเหมือนปีกหรือฟันขนาดเล็ก โอบรัดสายไฟแน่น
- ช่วยยึดสายโดยไม่ทำลายฉนวนไฟฟ้า
5. Sealing Nut / Thread-lock Nut
- มีเกลียวละเอียด แข็งแรง ผลิตจากสแตนเลส 304
- ใช้งานง่าย ขันเพื่อรัดสายไฟแน่นและซีลสนิท
6. ข้อดีของวัสดุและโครงสร้าง
- แข็งแรง ทนต่อแรงดึงและแรงสั่นสะเทือน
- ทนสนิมและกัดกร่อน เหมาะกับงานกลางแจ้งและสภาพแวดล้อมปานกลาง
- การซีลแน่น ป้องกันน้ำ ฝุ่น และสิ่งแปลกปลอม
- อายุการใช้งานยาวนาน และสามารถบำรุงรักษาง่าย
ทำหน้าที่รัดสายไฟแน่นแล้วป้องกันการสั่นสะเทือน
เคเบิ้ลแกลน Stainless 304 นอกจากช่วยรัดสายไฟแน่นแล้ว ยัง ป้องกันการสั่นสะเทือน จากมอเตอร์หรืออุปกรณ์ในระบบอัตโนมัติ ทำให้สายไฟไม่หลุดหรือฉนวนไม่เสียหาย ส่งผลให้ระบบทำงานได้ต่อเนื่องโดยลดความเสี่ยงไฟฟ้าลัดวงจร นอกจากนี้ โอริงและซีลยางคุณภาพสูงช่วย ป้องกันฝุ่น น้ำ และความชื้น เข้าตู้คอนโทรล ซึ่งสำคัญมากสำหรับการรักษามาตรฐาน IP68 ในการติดตั้งกลางแจ้งหรือภายในโรงงานที่มีฝุ่นและความชื้นสูง การซีลแน่นยังช่วยให้สายไฟคงรูปและไม่เสียหายเมื่อเกิดแรงดึงหรือการเคลื่อนตัวของสาย
1. ส่วนประกอบทางเคมี
- สแตนเลส 304 ประกอบด้วยโครเมียม 18% และนิกเกิล 8% เป็นวัสดุ Austenitic ทั่วไป
- สแตนเลส 316 เพิ่ม Molybdenum 2–3% เข้าไป ทำให้มีความทนทานต่อการกัดกร่อนจากคลอไรด์และสารเคมีสูงกว่า 304
2. ความต้านทานการกัดกร่อน
- 304 ทนต่อการกัดกร่อนทั่วไป เช่น น้ำฝนและสารเคมีอ่อน แต่ไม่เหมาะกับงานใกล้ทะเลหรือสารเคมีรุนแรง
- 316 ทนต่อคลอไรด์ กรดอ่อน และไอทะเล จึงเหมาะกับงานกลางแจ้ง งานทะเล หรือโรงงานเคมี
3. การใช้งานกลางแจ้งและสภาพแวดล้อมรุนแรง
- 304 ใช้งานได้ดีในภายในอาคารหรือพื้นที่ไม่รุนแรง
- 316 เหมาะกับสภาพแวดล้อมรุนแรง เช่น ใกล้ทะเล โรงงานเคมี และงานอุตสาหกรรมหนัก
4. ความแข็งแรงและทนต่อแรงดึง
- ทั้ง 304 และ 316 มีความแข็งแรงสูง สามารถรับแรงดึงและแรงสั่นสะเทือนได้ดี แต่ 316 จะมีความทนทานต่อการกัดกร่อนร่วมกับแรงดึงได้ดีกว่าในสภาพแวดล้อมรุนแรง
5. การรองรับมาตรฐานกันน้ำและฝุ่น
- ทั้งสองสามารถใช้ร่วมกับซีล O-ring และ Lock Nut เพื่อให้รองรับ IP66, IP67 หรือ IP68 แต่ 316 เหมาะกับงานที่ต้องทนน้ำและสารเคมีรุนแรงต่อเนื่อง
6. สรุปการเลือกใช้งาน
- เลือก 304 สำหรับงานทั่วไปภายในอาคารและพื้นที่ไม่รุนแรง
- เลือก 316 สำหรับงานใกล้ทะเล โรงงานเคมี หรืองานกลางแจ้งที่ต้องการความทนทานต่อสนิมและสารกัดกร่อนสูง
สรุปการใช้งานและการบำรุงรักษา
เคเบิ้ลแกลน Stainless PG7 เป็นเคเบิ้ลแกลนขนาดเล็กที่เหมาะสมกับงาน ตู้คอนโทรลและระบบอัตโนมัติ ทุกประเภท ช่วยยึดสายไฟแน่น ป้องกันฝุ่น น้ำ และแรงสั่นสะเทือน ทำให้ระบบไฟฟ้าและอุปกรณ์ทำงานได้อย่างปลอดภัยและยืดอายุการใช้งานสูงสุด ที่ใช้สำหรับรัดและยึดสายไฟเส้นเล็ก อุปกรณ์นี้ช่วยป้องกันสายไฟไม่ให้หลวม หลุด หรือเสียหายจากแรงดึง แรงสั่นสะเทือน และสภาพแวดล้อมที่มีฝุ่นหรือความชื้น



