
สยามร่วมค้า | ศูนย์รวมอุปกรณ์ป้องกันสายไฟและท่อลมอุตสาหกรรมมาตรฐานสากล
ตู้กันน้ำ คือ อุปกรณ์ที่ใช้ในการป้องกันอุปกรณ์ไฟฟ้าหรือเครื่องมือต่าง ๆ จากการเข้าถึงน้ำหรือความชื้นที่สูง เป็นพิเศษในการใช้งานในสถานที่ที่มีความชื้นสูง โดยส่วนใหญ่จะมีการออกแบบมาเพื่อรับมือกับการเจอน้ำได้โดยไม่มีผลกระทบต่ออุปกรณ์ภายในตู้ไฟฟ้า นอกจากนี้ ยังสามารถป้องกันการเข้าถึงของฝุ่น ซึ่งมักพบในสถานที่ที่มีการก่อสร้างหรือเกิดฝนตกในพื้นที่เปิดโล่ง
การเลือกใช้ประเภทขึ้นอยู่กับความต้องการในการคงทนต่อสภาพแวดล้อมและการใช้งานที่แตกต่างกันของแต่ละสถานที่และงานที่ใช้งานนั้น ๆ ความทนทานต่อสภาพอากาศ บางวัสดุอาจจะทนต่อความร้อน ความชื้น หรือการกัดกร่อนได้ดีกว่าวัสดุอื่นๆ ความแข็งแรง สำหรับงานที่ต้องการความแข็งแรงสูง เช่น โครงสร้างอาคาร ควรเลือกวัสดุที่มีความแข็งแรงและทนทาน อายุการใช้งาน ความทนทานและอายุการใช้งานของวัสดุเป็นอีกปัจจัยที่สำคัญในการตัดสิน โดยมีวัสดุดังนี้
พลาสติก ABS (Acrylonitrile Butadiene Styrene): ตู้พลาสติกเป็นตู้ที่มีความแข็งแรงและคงทนต่อการใช้งานที่มีความชื้นสูง โดยมักนิยมใช้ในงานที่ต้องการเคลื่อนย้ายหรือติดตั้งง่าย เนื่องจากมีน้ำหนักเบากว่าวัสดุอื่น ๆ
โพลีเอสเตอร์เส้นใยไฟเบอร์ (Polyester Fiberglass): ตู้ polyester fiberglass เหมาะสำหรับใช้ในสถานที่ที่มีความชื้นสูงและอาจมีการสัมผัสกับสารเคมีหรือกระแสไฟฟ้า มีความคงทนต่อสภาพแวดล้อมที่ซับซ้อน
สแตนเลส (Stainless Steel): ตู้สแตนเลสมีความแข็งแรงและคงทนต่อการกัดกร่อนจากน้ำ และมีความสวยงามทางสถาปัตยกรรม สามารถใช้งานในสถานที่ที่มีความชื้นสูงหรือมีการสัมผัสกับน้ำอย่างต่อเนื่องได้
เหล็ก (Steel): ตู้เหล็กมักมีความแข็งแรงสูงและเหมาะสำหรับใช้ในสถานที่ที่ต้องการความคงทนต่อการใช้งานหนัก แต่อาจต้องมีการป้องกันการกัดกร่อนจากน้ำอย่างเหมาะสม
อลูมิเนียม (Aluminum): ตู้อลูมิเนียมมักมีน้ำหนักเบาและคงทนต่อการใช้งานที่มีความชื้นสูง อย่างไรก็ตาม อลูมิเนียมไม่คงทนต่อการกัดกร่อนจากน้ำเท่ากับสแตนเลสหรือเหล็ก
สอบถามข้อมูล สั่งซื้อ ขอใบเสนอราคา
คุณสมบัติของตู้กันน้ำมีความหลากหลายตามวัสดุที่ใช้ผลิต เช่น พลาสติก ABS มีน้ำหนักเบาและคงทนต่อความชื้นสูง ส่วนสแตนเลสมีความแข็งแรงและคงทนต่อการกัดกร่อนจากน้ำและสารเคมี การเลือกใช้ควรพิจารณาความต้องการและสภาพแวดล้อมการใช้งานอย่างเหมาะสมเพื่อป้องกันอุบัติเหตุและรักษาความปลอดภัยในการใช้งานไฟฟ้าได้อย่างเหมาะสม
พลาสติก ABS (Acrylonitrile Butadiene Styrene):
โพลีเอสเตอร์เส้นใยไฟเบอร์ (Polyester Fiberglass):
อลูมิเนียม (Aluminum):
สแตนเลส (Stainless Steel):
มาตรฐาน IP55 และ IP66 เป็นมาตรฐานที่ใช้ในการกำหนดความสามารถในการป้องกันตัวของอุปกรณ์ต่าง ๆ ตามระดับความเสี่ยงจากน้ำและฝุ่น การเลือกตู้ตามมาตรฐาน IP55 หรือ IP66 นอกจากความสามารถในการป้องกันน้ำและฝุ่นแล้ว ยังควรพิจารณาความต้องการของงานและสภาพแวดล้อมการใช้งาน เช่น การใช้งานในสถานที่ที่มีการเจอน้ำหรือฝุ่นมากน้อยเพียงใด การเลือกมาตรฐานที่เหมาะสมจะช่วยให้ได้ประสิทธิภาพในการป้องกันอุปกรณ์ภายในตู้อย่างเหมาะสมที่สุดครับ
การใช้งานในแต่ละอุตสาหกรรมจะต้องการความคงทนต่อสภาพแวดล้อมที่แตกต่างกัน เช่น การเข้าถึงน้ำหรือฝุ่น การใช้งานตามมาตรฐาน IP55 หรือ IP66 จะช่วยให้ได้ประสิทธิภาพในการป้องกันอุปกรณ์ภายในตู้อย่างเหมาะสมและปลอดภัยในการใช้งาน
อุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่ม (Food and Beverage Industry):
อุตสาหกรรมเครื่องจักรและอุปกรณ์ (Machinery and Equipment Industry):
อุตสาหกรรมการผลิตเชื้อเพลิง (Fuel and Energy Industry):
อุตสาหกรรมการผลิตวัสดุโลหะ (Metal Manufacturing Industry):
การเลือกตู้กันน้ำในอุตสาหกรรมต้องพิจารณาวัสดุที่เหมาะสมกับสภาพแวดล้อมการใช้งาน เช่น การใช้ตู้สแตนเลส IP66 ในอุตสาหกรรมอาหารเพื่อความคงทนต่อน้ำและสารเคมี ในอุตสาหกรรมมีประโยชน์ในการป้องกันอุปกรณ์ภายในจากความเสียหายที่เกิดจากน้ำ ฝุ่น และสารเคมีที่อาจเข้ามาออกมาในสภาพแวดล้อม นอกจากนี้ยังช่วยลดความเสี่ยงต่อความปลอดภัยและความเสียหายที่เกิดจากอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นในอุตสาหกรรม
เราต้องการให้สินค้าถึงมือผู้ใช้งานมากขึ้นโดยการเพิ่มช่องทางการจำหน่าย สามารส่งสเปกเพื่อเลือกสินค้าให้เหมาะกับการใช้งานเพื่อประโยชน์ในการใช้งานมากที่สุดติดต่อสอบถามข้อมูลเพื่มเติมได้ที่ฝ่ายขายค่ะ
สอบถามข้อมูล สั่งซื้อ ขอใบเสนอราคา

การเลือกขนาดความหนาของตู้ (Stainless Steel Enclosure) จะขึ้นอยู่กับการใช้งานและเงื่อนไขการทำงานที่ต้องการประกอบอุปกรณ์ไฟฟ้าภายในตู้ โดยพิจารณาความต้องการในการต้านทานต่อแรงกระแทกจากภายนอก เช่น การใช้งานในโรงงานที่มีการเคลื่อนไหวของอุปกรณ์หนัก หรือที่มีการเคลื่อนที่ของบุคคลและอุปกรณ์สูง เลือกเกรดของแสตนเลส อ่านบทความ

การใช้งานและเพื่อให้รักษาความทนทานและการใช้งานที่ยาวนานของตู้การเลือกเกรดที่เหมาะสม: 304: เหมาะสำหรับใช้งานทั่วไปในสภาพแวดล้อมที่ไม่มีการติดต่อกับสารเคมีเป็นจำนวนมาก มีความทนทานต่อการกัดกร่อนและสึกกร่อนในสภาพทั่วไป 316: เหมาะสำหรับงานที่ต้องการความต้านทานต่อการกัดกร่อนและสึกกร่อนที่ดีกว่า 304 โดยเฉพาะในสภาพแวดล้อม อ่านบทความ

การเลือกขนาดท่อ Flex ที่เหมาะสมมีความสำคัญเพื่อให้สามารถรองรับสายไฟได้อย่างปลอดภัยและมีประสิทธิภาพ ขนาดท่อควรพิจารณาจากจำนวนและขนาดของสายไฟที่จะเดินภายในท่อ ควรเลือกท่อที่มีขนาดใหญ่พอที่จะให้สายไฟผ่านได้อย่างสะดวกและมีพื้นที่เพียงพอสำหรับการระบายความร้อน นอกจากนี้ควรพิจารณาสภาพแวดล้อมที่ท่อจะติดตั้ง อ่านบทความ