
สยามร่วมค้า | ศูนย์รวมอุปกรณ์ป้องกันสายไฟและท่อลมอุตสาหกรรมมาตรฐานสากล
รางกระดูกงู หรือ Cable Drag Chain คือ อุปกรณ์ที่มีหน้าที่ใช้สำหรับจัดเก็บและปกป้องสายไฟ สายเคเบิล ท่อ หรือสายพานต่าง ๆ ที่ต้องการเคลื่อนที่ไปมาภายในบริบทของงานอุตสาหกรรมหรือโรงงาน อุปกรณ์นี้ช่วยลดการเสียดสีและป้องกันสายไฟหักงอ ฉีกขาด หรือสายพานจากการพันกันขณะที่เคลื่อนที่ได้ ป้องกันสายไฟหรือสายพานจากการเสียดสี ที่อาจเกิดขึ้นในการใช้งานประจำ
จัดระเบียบและปกป้องสายไฟ ของคุณด้วย กระดูกงูพลาสติกและเหล็ก ที่ออกแบบมาเพื่อรองรับการใช้งานในทุกอุตสาหกรรม ไม่ว่าจะเป็นงานเบาหรืองานหนัก เราพร้อมตอบโจทย์ทุกความต้องการ เรามีรางที่หลากหลายขนาดให้เลือก รองรับทุกความต้องการในการใช้งาน พร้อมให้คำแนะนำโดยผู้เชี่ยวชาญที่พร้อมดูแลคุณ สนใจเลือกซื้อสินค้าคุณภาพ ติดต่อเราได้เลยวันนี้!
| ขนาดภายใน (HxW) | ขนาดภายนอก (HxW) | ราคา Bridge | ราคา Enclosed |
| 25 x 25 | 40.5 x 46 | 1,170.- | สอบถาม |
| 25 x 38 | 40.5 x 59 | 1,250.- | สอบถาม |
| 25 x 57 | 40.5 x 78 | 1,480.- | สอบถาม |
| 25 x 77 | 40.5 x 98 | 1,690.- | สอบถาม |
| 25 x 103 | 40.5 x 124 | 1,900.- | สอบถาม |
| ขนาดภายใน (HxW) | ขนาดภายนอก (HxW) | ราคา Bridge | ราคา Enclosed |
| 35 x 50 | 54 x 80 | 1,690.- | สอบถาม |
| 35 x 75 | 54 x 105 | 1,890.- | สอบถาม |
| 35 x 100 | 54 x 130 | 2,050.- | สอบถาม |
| 35 x 125 | 54 x 155 | 2,150.- | สอบถาม |
| 35 x 150 | 54 x 180 | 2,350.- | สอบถาม |
| 35 x 165 – 300 | – | สอบถาม | สอบถาม |
| ขนาดภายใน (HxW) | ขนาดภายนอก (HxW) | ราคา Bridge | ราคา Enclosed |
| 35 x 50 | 54 x 80 | 1,690.- | สอบถาม |
| 35 x 75 | 54 x 105 | 1,890.- | สอบถาม |
| 35 x 100 | 54 x 130 | 2,050.- | สอบถาม |
| 35 x 125 | 54 x 155 | 2,150.- | สอบถาม |
| 35 x 150 | 54 x 180 | 2,350.- | สอบถาม |
| 35 x 165 – 300 | – | สอบถาม | สอบถาม |
1. ความยืดหยุ่นในการใช้งาน ทั้งกระดูกงูพลาสติกและกระดูกงูเหล็กถูกออกแบบมาให้รองรับการเคลื่อนที่ของสายไฟหรือท่อในระบบอัตโนมัติ เช่น แขนกลหุ่นยนต์หรือเครื่องจักร CNC โดยมีความยืดหยุ่นที่ช่วยให้การเคลื่อนที่เป็นไปอย่างราบรื่นและลดการเสียดสีหรือการพันกันของสายไฟ ซึ่งเหมาะสำหรับการใช้งานในระบบที่มีการเคลื่อนไหวต่อเนื่อง
2. การปกป้องสายไฟและท่อ รางพลาสติกและรางเหล็กทั้งสองชนิดมีหน้าที่หลักในการปกป้องสายไฟหรือท่อจากแรงกระแทก, ฝุ่นละออง, และการเสียดสีที่อาจทำให้เกิดความเสียหาย การปกป้องนี้ช่วยให้ระบบไฟฟ้าหรือท่อส่งสามารถทำงานได้อย่างปลอดภัยและมีประสิทธิภาพ
3. การรองรับน้ำหนักของสายไฟและท่อ รางพลาสติกมักรองรับน้ำหนักได้ในระดับปานกลาง เหมาะสำหรับงานที่ใช้สายไฟหรือท่อขนาดเบา ในขณะที่รางเหล็กสามารถรองรับน้ำหนักได้มากกว่า เหมาะสำหรับสายไฟหรือท่อที่มีขนาดใหญ่และหนัก ทำให้ทั้งสองชนิดมีคุณสมบัติในการรองรับน้ำหนักที่ตอบโจทย์ความต้องการที่แตกต่างกัน
4. การใช้งานในสภาพแวดล้อมที่หลากหลาย รางพลาสติกเหมาะสำหรับการใช้งานในพื้นที่ที่มีความชื้นน้อยหรือในพื้นที่ภายในอาคาร เนื่องจากทนต่อการกัดกร่อนและไม่เป็นสนิม ส่วนรางเหล็กเหมาะสำหรับพื้นที่ที่มีสภาพแวดล้อมรุนแรง เช่น พื้นที่ที่มีความร้อนสูงหรือมีแรงกระแทกหนัก ทำให้ทั้งสองชนิดตอบสนองการใช้งานในสภาพแวดล้อมที่หลากหลายและมีจุดเด่นเฉพาะตัว
ปัจจัยสำคัญในการเลือกใช้กระดูกงูคือ วัสดุและประเภทของราง วัสดุที่ได้รับความนิยมมีทั้งพลาสติกวิศวกรรม เช่น PA6 หรือ PA66 ซึ่งน้ำหนักเบา มีความยืดหยุ่นสูง และเหมาะสำหรับการใช้งานทั่วไป และวัสดุโลหะ เช่น เหล็กชุบสังกะสีหรือสแตนเลส ที่มีความแข็งแรงและทนต่อสภาพแวดล้อมที่รุนแรง เช่น ความร้อนสูงหรือความชื้น การเลือกประเภทของราง เช่น แบบเปิด (Bridge Type) หรือแบบปิด (Enclosed Type) ก็สำคัญ โดยแบบเปิดเหมาะสำหรับงานที่ต้องการการระบายอากาศหรือการลดน้ำหนักราง ส่วนแบบปิดเหมาะสำหรับป้องกันฝุ่น สิ่งสกปรก หรือความชื้น
การวัดความขนาดของกระดูกงูเก็บสายไฟ (Cable Chain Measurement)
การเว้นช่องว่างอย่างน้อย 10% ทั้งในด้านความกว้างและความสูงภายในรางเคเบิลเป็นสิ่งสำคัญมากในการติดตั้งและใช้งานเพื่อป้องกันการสึกหรอและลดโอกาสเกิดความเสียหายกับสายเคเบิลหรือสายพาน โดยการทำตามแนวทางนี้ จะช่วยให้การติดตั้งและใช้งานมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น เราสามารถทำได้ตามแนวทางดังนี้:
รัศมีการดัดโค้ง (Bending Radius) ของกระดูกงูมีจุดสำคัญที่ต้องพิจารณาดังนี้
การติดตั้งกระดูกงูเก็บสายไฟที่ถูกต้องจำเป็นต้อง เว้นช่องว่างอย่างน้อย 10% ทั้งในแนวกว้างและแนวสูง เพื่อให้สายเคเบิลสามารถเคลื่อนที่ได้อย่างอิสระและลดความตึงเครียดของสาย การคำนวณค่า 10% ของความกว้างและเส้นผ่านศูนย์กลางของสายช่วยลดโอกาสการเสียดสีและการบีบอัดที่อาจทำให้สายเสียหายได้ การเว้นพื้นที่ที่เหมาะสมยังช่วยให้ระบบเคลื่อนที่ทำงานได้ต่อเนื่องและปลอดภัย โดยมีผลต่อการยืดอายุการใช้งานของสายเคเบิลและลดการบำรุงรักษาโดยรวม การปฏิบัติตามแนวทางนี้ช่วยให้ระบบเครื่องจักรในอุตสาหกรรมทำงานได้อย่างมีเสถียรภาพและคุ้มค่ามากขึ้น.
การพิจารณาความเข้ากันได้ระหว่างและเครื่องจักรเป็นสิ่งสำคัญ ควรเลือกแบบที่เหมาะสมกับการเคลื่อนไหวและการทำงานของเครื่องจักรนั้น ๆ มีปัจจัยหลายประการที่ควรพิจารณา เพื่อให้แน่ใจว่าเหมาะสมกับความต้องการและสภาพแวดล้อมการทำงาน นอกจากปัจจัยที่ได้กล่าวถึงไปแล้ว ขอนำเสนอปัจจัยเพิ่มเติมในการเลือกใช้ใน 3 รูปแบบนี้
สภาพแวดล้อมการทำงาน
– แบบปิดทึบ (Fully Enclosed): เหมาะสำหรับสภาพแวดล้อมที่มีฝุ่นหรือสารเคมีจำนวนมาก เนื่องจากการปิดทึบช่วยป้องกันการปนเปื้อนและการทำลายของสายไฟจากสภาพแวดล้อมภายนอก
– แบบโปร่ง (Open Type): เหมาะสำหรับพื้นที่ที่ไม่มีฝุ่นหรือสารเคมีที่เป็นอันตราย การออกแบบเปิดช่วยให้การระบายอากาศดี และสามารถดูแลรักษาได้ง่าย
– แบบทึบบนโปร่งล่าง (Semi-Enclosed): เหมาะสำหรับสภาพแวดล้อมที่ต้องการการระบายอากาศในระดับหนึ่ง เช่น ในพื้นที่ที่มีการเคลื่อนไหวบ่อยครั้ง โดยสามารถป้องกันฝุ่นจากด้านบนได้
ขนาดและน้ำหนักของสายไฟและสายเคเบิล
แบบทึบบนโปร่งล่าง (Semi-Enclosed): เหมาะสำหรับสายไฟโดยให้การสนับสนุนที่เพียงพอและสามารถป้องกันฝุ่นจากด้านบนได้ ในขณะเดียวกันก็ยังสามารถจัดการสายไฟได้ง่าย ซึ่งทำให้เหมาะสำหรับระบบที่มีการเคลื่อนไหวสูง
แบบปิดทึบ (Fully Enclosed): เหมาะสำหรับการใช้งานที่มีสายไฟหรือสายเคเบิล เนื่องจากการออกแบบที่มั่นคงและการป้องกันที่มีประสิทธิภาพ ช่วยให้สามารถรองรับน้ำหนักได้ดีและลดความเสี่ยงจากการเสียหาย
แบบโปร่ง (Open Type): การออกแบบเปิดช่วยให้สามารถติดตั้งและปรับเปลี่ยนได้ง่าย รวมถึงมีน้ำหนักเบาเหมาะสำหรับเครื่องจักรที่ต้องการความคล่องตัว
ความต้องการในการบำรุงรักษา
– แบบปิดทึบ: หากต้องการการบำรุงรักษาที่น้อยลง เพราะการป้องกันจากสิ่งสกปรกทำให้การซ่อมบำรุงบ่อยครั้ง
– แบบโปร่ง: เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการความสะดวกในการเข้าถึงสายไฟ และต้องการบำรุงรักษาเป็นระยะๆ โดยไม่มีอุปสรรค
– แบบทึบบนโปร่งล่าง: ช่วยให้การบำรุงรักษาสะดวกขึ้น ในขณะที่ยังคงมีการป้องกันที่เพียงพอ
วัสดุและการทนต่อการกัดกร่อน
รางสแตนเลสผลิตจากสแตนเลสซึ่งมีส่วนผสมของโครเมียมและนิกเกิล ทำให้เกิดชั้นฟิล์มป้องกันสนิมตามธรรมชาติ ส่งผลให้ทนต่อการกัดกร่อนและสนิมได้ดี แม้ในพื้นที่ที่มีความชื้นหรือใกล้สารเคมี ส่วนรางเหล็กผลิตจากเหล็กธรรมดาหรือเหล็กชุบสังกะสี ซึ่งอาจเกิดสนิมได้หากเคลือบผิวไม่สมบูรณ์หรือมีรอยขูดขีด
ความแข็งแรงและการรองรับน้ำหนัก
รางเหล็กมีความแข็งแรงเชิงโครงสร้างที่ดี เหมาะสำหรับงานที่ต้องรองรับน้ำหนักมาก เช่น สายไฟหรือท่อขนาดใหญ่ ในขณะที่รางสแตนเลสแม้จะมีความแข็งแรงรองลงมา แต่ก็เพียงพอสำหรับงานที่ต้องการทั้งความแข็งแรงและการทนต่อสภาพแวดล้อมที่รุนแรง
การใช้งานเฉพาะด้าน
รางสแตนเลสเหมาะสำหรับการใช้งานในสภาพแวดล้อมที่มีความชื้นสูง ใกล้สารเคมี หรือในอุตสาหกรรมที่ต้องการความสะอาด เช่น โรงงานผลิตอาหารและยา เนื่องจากไม่เกิดสนิมง่ายและทำความสะอาดได้ง่าย ในขณะที่รางเหล็กเหมาะสำหรับการใช้งานทั่วไปในพื้นที่แห้ง หรือในงานที่ต้องการลดต้นทุน เช่น การเดินสายไฟในอาคารหรือโรงงานทั่วไป
อายุการใช้งานและการบำรุงรักษา
รางสแตนเลสมีอายุการใช้งานที่ยาวนานกว่า เนื่องจากไม่เกิดสนิมง่าย และต้องการการบำรุงรักษาน้อยกว่า ขณะที่รางเหล็กอาจต้องมีการเคลือบผิวใหม่หรือการบำรุงรักษาบ่อยขึ้น โดยเฉพาะเมื่อใช้งานในสภาพแวดล้อมที่มีความชื้นหรือมีการกัดกร่อนสูง
ความแข็งแรงและความทนทาน
Steel Chain: เหมาะสำหรับการใช้งานในสภาพแวดล้อมที่มีแรงดันสูง หรือที่มีแรงกระแทกมาก เช่น ในโรงงานอุตสาหกรรมหนักหรือการใช้งานในเครื่องจักรขนาดใหญ่ เนื่องจากเหล็กมีความแข็งแรงและทนทานต่อการบีบอัดและการขัดถูได้ดี
Plastic Chain: เหมาะสำหรับการใช้งานที่ต้องการน้ำหนักเบาและการเคลื่อนไหวที่รวดเร็ว โดยเฉพาะในเครื่องจักร CNC หรือในระบบอัตโนมัติที่มีการเคลื่อนไหวอย่างต่อเนื่อง ซึ่งต้องการการระบายอากาศและการบำรุงรักษาที่ง่าย
น้ำหนักและความคล่องตัว
Steel Chain: มีน้ำหนักมากกว่า ซึ่งอาจทำให้ไม่เหมาะสมสำหรับการใช้งานที่ต้องการความคล่องตัวและการเคลื่อนไหวที่รวดเร็ว อย่างไรก็ตาม ความแข็งแรงของมันช่วยให้มั่นใจได้ว่ามีความเสถียรในสภาพแวดล้อมที่รุนแรง
Plastic Chain: มีน้ำหนักเบา ทำให้เหมาะสำหรับการใช้งานที่ต้องการความคล่องตัวและการติดตั้งที่ง่าย เช่น ในอุตสาหกรรมที่มีการเคลื่อนไหวบ่อยครั้งหรือในพื้นที่จำกัด
การป้องกันจากสภาพแวดล้อม
Steel Chain: สามารถต้านทานความร้อนสูงและสารเคมีได้ดี ทำให้เหมาะสำหรับการใช้งานในสภาพแวดล้อมที่รุนแรงหรือมีความเสี่ยงสูง เช่น โรงงานเคมีหรือเหล็ก
Plastic Chain: มีความสามารถในการป้องกันการเกิดสนิมและการกัดกร่อนจากสารเคมี โดยทั่วไปเหมาะสำหรับการใช้งานในสภาพแวดล้อมที่มีความชื้นหรือในอุตสาหกรรมอาหารที่ต้องการความสะอาด
การเลือกใช้งานควรพิจารณาจากลักษณะงานและเงื่อนไขการใช้งานเพื่อให้ได้ประสิทธิภาพและความปลอดภัยที่สูงสุด การป้องกันสายไฟหรือสายสัญญาณในการเคลื่อนที่อย่างเรียบร้อยและปลอดภัยในสภาพแวดล้อมอุตสาหกรรมหรือการใช้งานที่ต้องการความทนทานและความเสถียร. การเลือกใช้วัสดุของรางต่าง ๆ จะขึ้นอยู่กับลักษณะงานและเงื่อนไขการใช้งาน เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุดในการใช้งานและการบำรุงรักษาในระยะยาว ค่าใช้จ่ายและการบำรุงรักษา Steel Chain: มีค่าใช้จ่ายสูงกว่าและอาจต้องการการบำรุงรักษาที่มากกว่า เช่น การตรวจสอบการเกิดสนิมหรือการชำรุดจากการใช้งาน แต่ในทางกลับกันจะมีอายุการใช้งานที่ยาวนานPlastic Chain: โดยทั่วไปมีราคาถูกกว่าและการบำรุงรักษาน้อยกว่า เนื่องจากไม่ต้องกังวลเรื่องการกัดกร่อน อย่างไรก็ตาม ควรพิจารณาถึงการใช้วัสดุที่เหมาะสมกับการใช้งานเพื่อให้ได้ประสิทธิภาพสูงสุด
ระบบเครื่องจักร CNC และเครื่องตัดเลเซอร์
Chain Steel: รางเหล็กเหมาะสำหรับเครื่องตัดเลเซอร์ที่ทำงานในอุณหภูมิสูง หรือเครื่องจักรที่มีแรงกระแทกและแรงบิดจากการเคลื่อนไหว เนื่องจากวัสดุเหล็กสามารถทนต่อความร้อนและแรงกระแทกได้ดี
Chain Plastic: รางพลาสติกเหมาะสำหรับเครื่องจักร CNC ที่เน้นการเคลื่อนไหวรวดเร็วและแม่นยำ ด้วยน้ำหนักที่เบาของพลาสติก ช่วยลดแรงเสียดทานและเพิ่มความรวดเร็วในการตอบสนองของเครื่องจักร
โรงงานผลิตเหล็กและโลหะหนัก
Chain Steel: ใช้ในโรงงานอุตสาหกรรมหนักที่ต้องการความแข็งแรงในการรองรับสายไฟและท่อที่มีน้ำหนักมาก เนื่องจากสภาพแวดล้อมมักมีแรงกระแทกและอุณหภูมิสูง รางเหล็กจึงเหมาะสมในการต้านทานความร้อนและทนต่อการเสียดสี
Chain Plastic : ไม่เหมาะกับสภาพแวดล้อมที่ต้องเผชิญกับแรงกระแทกสูงและอุณหภูมิที่รุนแรง
เครื่องจักร CNC และเครื่องตัดเลเซอร์
Chain Steel: ใช้ในเครื่องตัดเลเซอร์ที่มีอุณหภูมิสูงหรือที่มีแรงกระแทกมาก โดยรางเหล็กสามารถทนทานต่อความร้อนและแรงบิดที่เกิดจากการเคลื่อนไหวของเครื่องจักร
Chain Plastic: เหมาะสำหรับเครื่องจักร CNC ที่ต้องการการเคลื่อนไหวรวดเร็วและมีความยืดหยุ่น น้ำหนักเบาของพลาสติกช่วยให้การเคลื่อนไหวรวดเร็วและตอบสนองดี
ระบบสายพานลำเลียงในเหมืองแร่
Chain Steel: เหมาะสำหรับการใช้งานในเหมืองแร่ที่มีการเคลื่อนย้ายวัสดุหนัก มีฝุ่นและความชื้น รางเหล็กจะช่วยป้องกันความเสียหายจากสภาพแวดล้อมที่ท้าทายและมีแรงกระแทกสูง
Chain Plastic: อาจไม่ทนทานพอต่อสภาพแวดล้อมที่มีการกัดกร่อนและแรงกดดันจากการใช้งานในระยะยาว
อธิบายสรุป รางกระดูกงู เป็นอุปกรณ์ที่ใช้สำหรับจัดเก็บและปกป้องสายไฟหรือสายเคเบิลที่ต้องการเคลื่อนที่ไปมาในอุตสาหกรรม เพื่อลดการเสียดสีและป้องกันการหักหรือสายไฟที่ขาดขาด ช่วยเพิ่มความยืดหยุ่นในการเคลื่อนที่ของเครื่องจักรหรืออุปกรณ์ต่าง ๆ และช่วยลดความเสียดสีของสายไฟที่เกิดจากการใช้งานในสภาพแวดล้อมที่มีการเคลื่อนที่ ประโยชน์หลักของคือการช่วยป้องกันสายไฟหักหรือพันกันจากการเคลื่อนที่ผิดพลาดและช่วยให้การบำรุงรักษาสายไฟหรือสายเคเบิลง่ายขึ้น เหมาะสำหรับการใช้งานในอุตสาหกรรมที่มีการเคลื่อนที่ต่อเนื่องหรือเครื่องจักรที่มีการใช้งานแบบอัตโนมัติ